เบาๆครับ "เพลงรักของรถถีบ"

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เบาๆครับ "เพลงรักของรถถีบ"

ตั้งหัวข้อ  มยุรธุช on Sun Mar 08, 2009 2:34 am

เพลงรักของรถถีบ
จากที่ผมได้เริ่มเขียน”เบื้องต้นเกี่ยวกับจักรโบราณ” และเคยอารัมภบท ใน ตอนแรกของเรื่อง ที่ได้เขียนถึง “เพลงมั่นใจไม่รัก” ที่ฟังระหว่างเขียนงาน ทำให้ได้คิดถึงเพลงที่เกี่ยวกับรถถีบขึ้นมาบ้าง ลองนึกๆดูที่เคยคุ้นบ้าง ที่จำได้มี อยู่ ๓ เพลง ๓ ยุคสมัย มีเพลง “จักรยานคนจน” ของ “ยอดรัก สลักใจ” เพลง “อีสาวมอเตอร์ไซด์” ของ “จรัล มโนเพชร “ และ เพลง “ จักรยานสีแดง” ของ “เสก โลโซ”
เพลงทั้งสามเพลงเป็นเพลงคนละยุคสมัย แต่ร่วมสมัยไม่ห่างกันมาก คงเป็น “จักรยานคนจน” กับ “อีสาวมอเตอร์ไซด์” เพลงทั้งสอง มีการเปรียบเทียบ ระหว่างจักรยานกับ รถมอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ท่วงทำนอง และบรรยากาศในเพลง เพลงจักรยานคนจน บรรยากาศออกมาทางลูกทุ่งภาคกลาง แต่ อีสาวมอเตอร์ไซด์ มาทางลูกข้าวนึ่งล้านนา ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศอันต่างกันออกไป มาลองดูเนื้อจักรยานคนจนกันก่อนครับ
“คนจนอย่างพี่ไม่มีเงินเป็นอำนาจ จะไปสามารถบังคับสะกดจิตใจ
คนสวยของพี่จึงคิดจะมีรักใหม่ ไปนั่งท้ายมอเตอร์ไซด์ รุ่นใหม่เมด อิน เจแปน
จักรยานของพี่ราคาไม่กี่ร้อยบาท ถึงช้าอืดอาดแต่ก็เมด อิน ไทยแลนด์ ต้องใช้ขาถีบรถพี่มันถึงจะแล่น ไม่เหมือนรถเครื่องต่างแดน ยิ่งเร่งยิ่งแล่น เพราะใช้น้ำมัน
ลองตรองดูเถิดหนาขวัญใจ จักรยานหรือมอเตอร์ไซด์ อย่างไหนปลอดภัยกว่ากัน รถพี่ช้ากว่าแต่ช้าปลอดภัยถึงบ้าน มอเตอร์ไซด์วิ่งไวชนกัน ถึงโรงพยาบาลมาแล้วมากมาย มานั่งรถพี่คนดีสบายเสียกว่า ถึงไม่งามสง่าแต่ก็พาเจ้าปลอดภัย กลับใจเสียก่อนพ่อแม่น้องจะร้องไห้ จักรยานหรือมอเตอร์ไซด์เจ้าจงวิฉัยเลือกใครดีเอย....”
อีกเพลงคือเพลงอีสาวมอเตอร์ไซด์ เรามาลองดูเนื้อหา ของเพลงกันบ้าง
“อ้ายคนจนจำต้องทนปั่นรถถีบ จะไปจีบอีน้องคนงาม พอไปถึงอ้ายก็ฟั่นเอิ้นถาม อีน้องคนงามกินข้าวแลงแล้วกา น้องได้ยินก็ปิดประตูดังปั้ง อ้ายเลยฟั้งจูงรถถีบออกมา อ้ายคนจนบ่มีวาสนา อ้ายคนจนบ่มีวาสนา จะไปขี่ฮอนด้า หรือยามาฮ่าเปิ้นได้จะได
กำเดียวก็มีรถยามาฮ่า ร้อยซาวห้าป่ายหน้าอ้ายไป อีน้องได้ยินก็ฟั่นลุกตามไป อีน้องได้ยินก็ฟั่นลุกตามไป แล้วเอิ้นออกไปอ้ายมอเตอร์ไซด์ไปไหนมาเจ้า
อ้ายได้ยินเป็นที่ปิ๊ดใจแต้ว่า จะขายนาซื้อกาวาซักคัน พอไปถึงอ้ายจะเปิ้นน้ำมัน พอไปถึงอ้ายจะเปิ้นน้ำมัน อีน้องแตกควันต๋ายชั่งมันสาวมอเตอร์ไซด์....”


แก้ไขล่าสุดโดย มยุรธุช เมื่อ Mon Mar 16, 2009 9:45 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
มยุรธุช

จำนวนข้อความ : 216
Join date : 05/03/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบาๆครับ "เพลงรักของรถถีบ"

ตั้งหัวข้อ  มยุรธุช on Sun Mar 08, 2009 2:35 am

พอมาลองเปรียบเทียบทั้งสองเพลงดูแล้วจะเห็นว่า เพลงจักรยานคนจน ไอ้หนุ่มลุกทุ่งมิยอมแพ้เสียทีเดียว ยังคงกล่อมเกลี้ย สาวเจ้าให้หลงคารมมาซ้อนท้ายจักรยานให้จงได้(แถมยังเป็น จักรยาน เมด อิน ไทยแลนด์อีกด้วย ) แต่เพลง อีสาวมอเตอร์ไซด์นั้นดูจะแพ้แต่ในมุ้งเลยทีเดียว ทำให้มองเห็นมุมมองของไอ้หนุ่มลูกทุ่งแห่งภาคกลาง และความรักอย่างยับย่อย(แถมออกแนวประชด)ของลูกข้าวนึ่ง แห่งล้านนา แต่อย่างน้อยทั้งสองเพลงก็อยู่ในยุค ตกอับของไอ้หนุ่มที่ขี่จักรยานไปจีบสาว ดูจะสู้มอเตอร์ไซด์เจแปนมิได้ อีกข้อทำให้เราเห็นค่านิยมในวัตถุเหนือจิตใจ บางทีความรักมันดูมีราคาซื้อหาได้เหมือนกัน แม้แต่ความรู้สึกในส่วนลึก จะมีหลงเหลือไหมหนอความรักเยี่ยง ไอ้ขวัญ อีเรียม แห่งท้องทุ่งบางกะปิ บทประพันธ์อันล้ำค่าของ ไม้เมืองเดิม ก้าน พึ่งบุญ ณ.อยุธยา ที่ผู้เขียนเทิดทูล (แค่ทุ่งบางกะปิขืนไอ้ขวัญ อีเรียมกลับมาเห็นตอนนี้คงงงจำทุ่ง เจ้าพ่อพระไทรไม่ถูก) เพลงบางเพลงที่ฟังเพลินๆได้สะท้อนบางสิ่งให้เราเห็นได้ถ้าเราจะคิดเปรยเปรียบ
มาถึงเพลงจักรยานเพลงสุดท้ายที่ผ่านพ้นสมัยยุค ของสองเพลงแรกมาอย่างไกลโข “จักรยานสีแดง” เป็นเพลงประกอบ ภาพยนตร์ ชื่อเดียวกับเพลง บทประพันธ์จากเรื่องเดิมว่า “จักรยานแดงในรั้วเขียว” ของ “ดำรง อารีกุล” ผู้ที่สรรค์สร้าง “วาที จิตมนัส” ให้แล่นโลดบนโลกน้ำหมึกในบทบาทต่างๆ จนก้าวข้ามกรอบน้ำหมึกมาสู่โลกเซลลูลอยด์ เป็นเรื่องราวของนักศึกษาในรั้วเกษตรศาสตร์ที่ ดำรงค์ ถนัดเพราะหนังสือของ ดำรง อารีกุล ส่วนมากเป็นแนวนักศึกษา ในภาพยนตร์ ภาพของวาที (รับบทโดย มอส ปฎิภาน) แตกต่างกันพอสมควรกับ วาที ในโลกน้ำหมึก แต่จุดเด่นของเรื่องคือจักรยาน ที่เป็นพาหนะยอดนิยมในรั้วเกษตรศาสตร์ในยุคเก่า จะแตกต่างกันอย่างไรไม่ขอกล่าวเพราะเราพูดถึงเพลงรถถีบมิใช่ หนังสือเรื่องนี้มาดูเนื้อเพลงกันครับ
“เส้นทางที่เราจะมุ่งไปเรื่องราวมากมายในชีวิต หนทางที่เดินฉันลิขิตเอง เอง คือความสดใสของวัยรุ่นวุ่นวายก็มีในบางครั้ง ฉันลิขิตเองในเส้นทางเดินของใจ
*เหมือนจักรยานขี่เองไม่มีใครมาลากไปทางเดินของใครของมัน และฉันกับเธอจะไปด้วยกันขี่ไปพร้อมกันจักรยานสีแดง
**ฝันที่สดใสในใจมี แม้นานกี่ปีจะไปถึงยากเย็นแค่ไหนไม่คำนึงเหมือนจักรยาน
(*’**’*’*)
เหมือนฉันกลับเธอเหมือนจักรยาน


แก้ไขล่าสุดโดย มยุรธุช เมื่อ Mon Mar 16, 2009 9:45 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
มยุรธุช

จำนวนข้อความ : 216
Join date : 05/03/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบาๆครับ "เพลงรักของรถถีบ"

ตั้งหัวข้อ  มยุรธุช on Sun Mar 08, 2009 2:36 am

ฟังเนื้อหากันแล้วจะเห็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ระหว่างเพลงเก่าสองเพลงแรก กับเพลงยุคหลังอย่างจักรยานสีแดง ในแง่ของสัญลักษณ์ที่ใช้ สองเพลงแรก มีการใช้”จักรยาน” เป็นตัวแทน “ความจน” และ”มอเตอร์ไซด์” เป็นตัวแทน”ความมั่งมี” เป็นการเปรียบเปรยผสมประชดประชัน แต่จักรยานสีแดงใช้”จักรยาน” เป็นตัวแทน” พลังชีวิต และความรักของวัยรุ่น” ท่อนที่ประทับใจมากๆ ของผมในเพลงนี้คือ “เหมือนจักรยานขี่เองไม่มีใครมาลากไปทางเดินของใคร และฉันกับเธอจะไปด้วยกันขี่ไปพร้อมกันจักรยานสีแดง เหมือนฉันกับเธอเหมือนจักรยาน” เป็นท่อนที่ชัดเจนแสดงความเชื่อมั่นมุ่งไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ โดยใช้จักรยานเป็นสื่อแทน เพราะจักรยานต้องปั่นเองเป็นพลังขับเคลื่อนด้วยพลังเราเอง ดูดีๆเราจะสัมผัสได้ถึงข้อแตกต่าง ระหว่างไอ้หนุ่มยุคเก่า กับยุคใหม่ ในเพลงยุคเก่า เราสัมผัสได้ถึงความเหนียมของไอ้หนุ่มลูกทุ่ง(ลูกข้าวนึ่ง) แต่ในจักรยานสีแดงเป็นเพลงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจพลังของวัยรุ่น ความรู้สึกเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปตามยุค แต่ไม่ว่าจะเป็นยุคใดสมัยใดก็ตาม ทั้งสามเพลง เป็นสัญลักษณ์ที่ยืนยันความผูกพัน ของสังคม และจักรยานได้เป็นอย่างดี เป็นการตอกย้ำอีกว่า “จักรยานเป็นยานพาหนะที่มีความนิยม และรับใช้สังคมอย่างซื่อสัตย์ตลอดมา และจักรยานยังอยู่ร่วมกับสังคมอย่างสงบ เสงี่ยม สร้างปัญหาให้กับโลกเพียงน้อยนิด นี่แหละจักรยานสัญลักษณ์แห่งความจนของไอ้หนุ่มลูกทุ่งและ พลังอันเหลือล้นของวัยรุ่นแห่งยุคทุนนิยม”
บทความนี้ถ้ามีความคุณความดีอยู่แม้เพียงน้อยนิด ขออุทิศให้
คุณจรัล มโนเพชร ศิลปินล้านนาผู้ล่วงลับ ผู้สรรค์สร้างเพลง อีสาวมอเตอร์ไซด์ และเพลงคำเมืองให้เราได้เพลิดเพลินกัน
ไม้ เมืองเดิม นักประพันธ์ผู้ ยิ่งใหญ่ที่นำให้เราได้รู้จักชีวิตลูกทุ่ง คำแทนตัวอย่างจริงใจ เอ็ง กับ ข้า และการเปรียบเทียบของชนชั้น ในยุคของท่าน ที่ผมได้นำท่านมาอ้างกล่าว
ตลอดจนบุคคลที่กล่าวถึงในบทความนี้ทุกท่าน สุดท้าย ขอเป็นกำลังใจให้ ยอดรัก สลักใจ ผู้ขับกล่อมบทเพลงจักรยานคนจน ที่ยืนยงข้ามสมัย ให้ต่อสู้กับโรคร้ายที่เผชิญในชีวิตอยู่ขณะนี้ ให้ต่อสู้และฟันฝ่าข้ามพ้นมันไปได้
ขอขอบคุณครับ
กระยอดินนรธา


แก้ไขล่าสุดโดย มยุรธุช เมื่อ Mon Mar 16, 2009 9:46 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
มยุรธุช

จำนวนข้อความ : 216
Join date : 05/03/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบาๆครับ "เพลงรักของรถถีบ"

ตั้งหัวข้อ  มยุรธุช on Sun Mar 08, 2009 2:45 am

ณ.เวลานั้นที่ผู้เขียนได้รังสรรค์บทความ ยอดรัก สลักใจ ยังคงมีชีวิตและต่อสู้กับมะเร็งร้ายอยู่อย่างทรหด จนบัดนี้ ไม่มีแล้ว ยอดรัก สลักใจ หนึ่งในขุนพลลูกทุ่งแห่งแดนสยาม บทความดังกล่าวแม้จะมีความดีเพียงน้อยนิดที่ผู้เขียนได้นำมาเผยแพร่ ด้วยความดีน้อยนิดดังกล่าว ผู้เขียนของสดุดี แด่ ยอดรัก สลักใจ ขุนพลเพลงลูกทุ่งผู้ล่วงลับ ผู้สิ้นสุดเพียงลมหายใจ แต่ผลงานอันยิ่งใหญ่จะคงอยู่ตลอดไปชั่วกาลนาน
ด้วยความเคารพ
กระยอดินนรธา


แก้ไขล่าสุดโดย มยุรธุช เมื่อ Mon Mar 16, 2009 9:46 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
มยุรธุช

จำนวนข้อความ : 216
Join date : 05/03/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบาๆครับ "เพลงรักของรถถีบ"

ตั้งหัวข้อ  มยุรธุช on Sun Mar 08, 2009 2:48 am

เรื่องราวดูจะเบาๆแต่ลงท้ายเศร้าๆไงไม่รู้ ทำให้นึกถึง อมตะวจีของอาจารย์ศิลป พีระศรี บุคคลอันเป็นที่เคารพรักของ ชนชั้นแห่งศิลปะ ทุกคนรวมทั้งผมด้วย "ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว"


แก้ไขล่าสุดโดย มยุรธุช เมื่อ Mon Mar 16, 2009 9:47 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
มยุรธุช

จำนวนข้อความ : 216
Join date : 05/03/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบาๆครับ "เพลงรักของรถถีบ"

ตั้งหัวข้อ  ท้าวยายม่อม on Sun Mar 08, 2009 4:17 pm

..อ่านแล้วรู้สึก ..อิ่มเอมในอารมณ์ ..มนต์ขลังของเพลงมีมาทุกยุค ทุกสมัยจริงๆ..

..ที่น่าดีใจมากๆ..ก็คือ..พึ่งรู้ว่าท่านมยุรธุช ก็เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับท้าวยายม่อม...อิอิ
เพราะว่า ยังเกิดได้ทันฟังเพลงที่กล่าวมาทั้งหมดนั่นเอง....

...ขอบทความดีๆ อย่างนี้ อีกนะคะ....ท้าวยายม่อม...ขอคารวะ

....เดี๋ยวนี้ มีวจียอดฮิตของ หนุ่มๆ สาวๆ ในยุคนี้ ซึ่งดูจะกล้อมแกล้มไปทางเดียวกันได้กับ
ท่านศิลป พีระศรี...



......ความจำสั้น..แต่รักฉันยาว...



avatar
ท้าวยายม่อม

จำนวนข้อความ : 203
Join date : 25/02/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบาๆครับ "เพลงรักของรถถีบ"

ตั้งหัวข้อ  มยุรธุช on Sun Mar 08, 2009 4:45 pm

ท้าวยายม่อม พิมพ์ว่า:..อ่านแล้วรู้สึก ..อิ่มเอมในอารมณ์ ..มนต์ขลังของเพลงมีมาทุกยุค ทุกสมัยจริงๆ..

..ที่น่าดีใจมากๆ..ก็คือ..พึ่งรู้ว่าท่านมยุรธุช ก็เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับท้าวยายม่อม...อิอิ
เพราะว่า ยังเกิดได้ทันฟังเพลงที่กล่าวมาทั้งหมดนั่นเอง....

...ขอบทความดีๆ อย่างนี้ อีกนะคะ....ท้าวยายม่อม...ขอคารวะ

....เดี๋ยวนี้ มีวจียอดฮิตของ หนุ่มๆ สาวๆ ในยุคนี้ ซึ่งดูจะกล้อมแกล้มไปทางเดียวกันได้กับ
ท่านศิลป พีระศรี...



......ความจำสั้น..แต่รักฉันยาว...
อะจ้า ยินดีจ้าแม่สาวสมัยใหม่ ได้ทีล่ะเอาคืนเชียวครับ ชอบฟังเพลงครับ ไม่ใช่เกิดทัน ฟังทุกแนวครับ ทั้งแนวตั้งแนวนอน แต่ชอบเพลงแนวนอนมากกว่าครับ เหอๆ คิดลึกละซิ เพลงแนวนอนก็เพลงแนว แผ่นเสียง แผ่นซีดีไงครับ เวลฟังต้องเอาแผ่นนอนลงใส่ในเครื่องเล่น มีเครื่องเล่นน้อยรุ่นครับที่เป็นเพลงแนวตั้งว เหอๆ



avatar
มยุรธุช

จำนวนข้อความ : 216
Join date : 05/03/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ